การปรับห้องที่มีอยู่แล้วให้เหมาะกับผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมด วิธี Remove–Keep–Add ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณโดยประเมินแต่ละชิ้นอย่างมีหลักการ
ขั้นตอนที่ 1: REMOVE — สิ่งที่ต้องเอาออก
พรมปูพื้นทุกชนิด: ขอบพรมสะดุดได้ง่าย ดูดซับน้ำทำให้ลื่นเมื่อเปียก และขัดขวางรถเข็นหรือ Walker
เฟอร์นิเจอร์มุมแหลม: โต๊ะกระจก เก้าอี้โครงเหล็กเส้นเล็ก ชั้นวางของที่ยึดติดผนังสูงเกิน 1.5 ม. ล้วนเสี่ยงบาดเจ็บเมื่อล้มกระแทก
โคมไฟตั้งพื้นหรือสายไฟลาก: เสี่ยงสะดุดสายไฟ โคมล้มทำให้ไฟไหม้ได้
ประตูบานเปิดเข้าห้องน้ำ: หากผู้สูงอายุล้มขวางประตู ผู้ช่วยเหลือจากภายนอกจะเปิดประตูไม่ได้ เปลี่ยนเป็นบานเลื่อนหรือบานเปิดออก
กระจกฝาผนังขนาดใหญ่: หากแตกอาจบาดเจ็บรุนแรง ยิ่งอันตรายหากผู้สูงอายุล้มกระแทก
ขั้นตอนที่ 2: KEEP — สิ่งที่เก็บไว้ได้
เตียงไม้เนื้อแข็งที่ความสูง 45–50 ซม.: ยังใช้ได้ดี เพียงตรวจสอบความมั่นคงของขา และเพิ่มราวจับด้านข้าง
ตู้เสื้อผ้าบานเลื่อน: เปิดปิดง่าย ไม่มีบานพับที่กีดขวางทางเดิน เก็บไว้ได้
แอร์และพัดลม: ไม่ต้องเปลี่ยน เพียงตรวจสอบตำแหน่งรีโมตให้หยิบถึงจากเตียง
โต๊ะข้างเตียงที่มีลิ้นชัก: ใช้งานได้ต่อไป เพิ่มเฉพาะ Panic Button ยึดติดด้านข้าง
ขั้นตอนที่ 3: ADD — สิ่งที่ต้องเพิ่ม
พื้นไวนิลกันลื่น COF ≥0.5 (8,000–15,000 บาท): ปู ทับบนพื้นเดิมได้โดยไม่ต้องรื้อกระเบื้อง ติดตั้งใน 1 วัน
mmWave Sensor มุมเพดาน (3,000–4,500 บาท): ตรวจจับตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ถ่ายภาพ
Motion Sensor Light 3 จุด (1,500–3,000 บาท): ใต้เตียง ทางเดินห้องน้ำ และหน้าห้องน้ำ
Panic Button แบบพกพาและแบบติดผนัง (1,500–3,000 บาท): ข้างเตียง ในห้องน้ำ และสายคล้องคอ
ราวจับห้องน้ำ 2 จุด (3,000–5,000 บาท): ข้างโถส้วม 75–80 ซม. และในบริเวณอาบน้ำ 90 ซม.
Smart Plug เตือนยา (800–1,500 บาท): ช่วยแก้ปัญหาลืมทานยาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
งบประมาณก่อน-หลัง
งบรื้อของออก (ค่าแรง + ทิ้ง): 2,000–5,000 บาท งบปรับพื้นที่ (พื้นไวนิล + ราวจับ + ประตูใหม่): 15,000–30,000 บาท งบ Smart Home (mmWave + Motion Light + Panic Button + Smart Plug): 7,800–12,000 บาท รวมทั้งหมด: 24,800–47,000 บาท สำหรับห้องขนาด 3×4 เมตร