Smart Longevity คืออะไรในบริบทของ IoT
’Smart Longevity’ ในบริบทของ IoT และการประหยัดพลังงานไม่ได้หมายถึงการยืดอายุผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่คือแนวคิดที่ออกแบบระบบให้ประหยัดพลังงานได้ ’อย่างยั่งยืนและฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ’ ตลอดอายุการใช้งาน โดยอาศัย AI เรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย
กระบวนการทำงานของ Smart Longevity
ระบบ Smart Longevity ทำงานเป็นวงจรต่อเนื่อง 4 ขั้นตอน ’เก็บข้อมูล’ (Data Collection) เซนเซอร์ทั่วบ้านบันทึกพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิด-ปิดอุปกรณ์ อุณหภูมิที่ชอบ หรือรูปแบบการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ’วิเคราะห์ด้วย AI’ (AI Analysis) ข้อมูลที่สะสมถูกประมวลผลโดย AI เพื่อหาแพตเทิร์น ระบุโอกาสประหยัดพลังงาน และสร้าง ’โปรไฟล์การใช้พลังงาน’ เฉพาะสำหรับแต่ละครัวเรือน ’ปรับอัตโนมัติ’ (Auto Adjustment) ระบบนำข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วมาปรับการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องตั้งกฎใหม่ ’เรียนรู้และพัฒนา’ (Continuous Learning) ยิ่งระบบทำงานนานขึ้น ยิ่งเข้าใจผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ทำให้การประหยัดพลังงานมีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อย ๆ
เทคโนโลยี mmWave กับการปิดอัตโนมัติ
หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจใน Smart Longevity คือการใช้ ’เซนเซอร์ mmWave’ (Millimeter Wave) ซึ่งตรวจจับการมีอยู่ของคนได้แม่นยำกว่าเซนเซอร์ PIR ทั่วไปมาก สามารถแยกแยะได้ว่าคนนั่งนิ่ง นอนหลับ หรือไม่มีคนในห้องจริง ๆ เมื่อ mmWave ตรวจพบว่าไม่มีคนในห้อง ระบบจะปิดแอร์และไฟอัตโนมัติทันที โดยไม่ต้องรอให้คนเดินออกไปให้ PIR sensor ตรวจจับ ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าในกรณีที่คนนั่งนิ่งหรือนอนหลับอยู่
Dynamic Temperature Control
แทนที่จะตั้งอุณหภูมิแอร์คงที่ ระบบ Dynamic Temperature Control ปรับอุณหภูมิตามปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งอุณหภูมิภายนอก ความชื้น จำนวนคนในห้อง และกิจกรรมที่กำลังทำ ส่งผลให้ทั้งสะดวกสบายและประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน
Peak Shave และ Load Shedding แบบชาญฉลาด
ค่าไฟฟ้าในระบบ TOU (Time-of-Use) คิดราคาสูงในช่วง Peak Hour และถูกในช่วง Off-Peak ระบบ Smart Longevity บริหารการใช้งานอุปกรณ์หนักอย่างเครื่องซักผ้าและเครื่องทำน้ำอุ่นให้ทำงานในช่วง Off-Peak อัตโนมัติ เทคนิค ’Peak Shave’ ช่วยลดโหลดไฟฟ้าในช่วงที่ไฟแพง ในขณะที่ ’Load Shedding’ กระจายการใช้พลังงานไม่ให้กระจุกตัว ลดทั้งค่าไฟและแรงดันในระบบไฟฟ้าของบ้าน
การแจ้งเตือนเรียลไทม์และการผสาน Solar/Battery
ระบบส่งการแจ้งเตือนเรียลไทม์เมื่อตรวจพบความผิดปกติ เช่น อุปกรณ์กินไฟสูงผิดปกติ หรือการรั่วไหลของพลังงานที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขั้นสูงสุดของ Smart Longevity คือการผสาน ’โซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่สำรอง’ เข้ากับระบบ ทำให้บ้านสามารถผลิตและจัดการพลังงานของตัวเองได้ ลดการพึ่งพาไฟจากการไฟฟ้าและลดคาร์บอนฟุตปรินต์อย่างมีนัยสำคัญ HappySmart ออกแบบระบบ Smart Home IoT ที่เติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมกับบ้านของคุณ ปรึกษาฟรีผ่าน LINE OA