จากบ้านธรรมดาสู่บ้านที่ดูแลตัวเองได้
คุณวีระ เจ้าของทาวน์โฮมสี่ชั้นในลาดพร้าวกรุงเทพฯ ติดตั้ง Smart Living Solution กับ HappySmart เมื่อต้นปี 2026 หลังจากเหนื่อยกับค่าไฟที่สูงเกิน ฿6,000 ต่อเดือนและความกังวลเรื่องความปลอดภัยเมื่อต้องเดินทางต่างจังหวัด
"ผมไม่ได้อยากได้บ้านที่ไฮเทค อยากได้บ้านที่ไม่ต้องคิดมาก" เขาบอก และนั่นคือโจทย์ที่ HappySmart ออกแบบให้
กระบวนการให้คำปรึกษาและการออกแบบ
ทีม HappySmart เข้าสำรวจบ้านและพูดคุยเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิตก่อน ไม่ใช่เริ่มด้วยการเสนออุปกรณ์ราคาแพง การสำรวจครั้งแรกใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ครอบคลุมการวัดสัญญาณ Wi-Fi ทุกจุด ระบุจุดที่สัญญาณอ่อน และวางแผนตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์
แผนที่เสนอมีสามระยะตามงบประมาณ ระยะแรกที่ลงทุน ฿45,000 ครอบคลุมสวิตช์ไฟอัจฉริยะทั้งบ้าน เซนเซอร์ตรวจจับการอยู่อาศัย และกล้องสี่ตัวพร้อม Home Assistant บน Raspberry Pi 5
การติดตั้งและการตั้งค่า
ทีมช่างของ HappySmart ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในการติดตั้ง สวิตช์อัจฉริยะ Tuya ทุกตัวเดินสายเพิ่มเติมสำหรับสายนิวทรัลซึ่งทาวน์โฮมเก่าบางหลังไม่มี ทีมจัดการเรื่องนี้โดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย
หลังจากติดตั้งเสร็จ ทีมนั่งอธิบายการใช้งานแอปและตั้งค่า automation หลักให้ตามไลฟ์สไตล์ รวมถึงการตั้งค่า "โหมดออกบ้าน" ที่ปิดไฟทุกดวง ล็อคประตู และเปิดกล้องบันทึกด้วยแตะปุ่มเดียว
ผลลัพธ์หลังสามเดือน
ค่าไฟในเดือนที่สามลดลงจาก ฿6,200 เหลือ ฿3,800 เซนเซอร์ตรวจจับการอยู่อาศัยช่วยให้ไฟไม่ติดโดยไม่จำเป็น และระบบแอร์ที่เชื่อมต่อกับ IR blaster จาก Tuya ปิดเองเมื่อไม่มีคนในห้องนานเกิน 20 นาที
"สิ่งที่ชอบที่สุดคือกล้องที่แจ้งเตือนผมผ่านไลน์เมื่อคนงานมาทำงานที่บ้าน ผมอยู่ออฟฟิศแต่รู้สึกว่ายังอยู่บ้านอยู่" คุณวีระกล่าว
HappySmart รับประกันการทำงานของอุปกรณ์และบริการหลังการขายที่ตอบสนองภายใน 24 ชั่วโมง