เซนเซอร์คือหัวใจของ SmartInterior
หากระบบ Smart Home เป็น ’สมอง’ ของบ้านอัจฉริยะ เซนเซอร์ก็คือ ’ตา หู และผิวหนัง’ ของสมองนั้น เซนเซอร์ที่ฝังอยู่ทั่วบ้านรับรู้สภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและส่งข้อมูลให้ระบบตัดสินใจอัตโนมัติ ทำให้บ้านตอบสนองความต้องการได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ประเภทเซนเซอร์หลักใน SmartInterior
’เซนเซอร์การเคลื่อนไหวและการครอบครองพื้นที่’ (Occupancy Sensor) ตรวจจับว่ามีคนในห้องหรือไม่ เพื่อเปิด-ปิดไฟและแอร์อัตโนมัติ รุ่นที่ซับซ้อนกว่าใช้ mmWave สามารถแยกแยะได้ว่าคนกำลังนั่งนิ่ง นอนหลับ หรือออกไปแล้ว ’เซนเซอร์แสง’ (Light Sensor) วัดความเข้มของแสงธรรมชาติและปรับความสว่างหลอดไฟให้สัมพันธ์กัน เช่น ยามเช้าที่แสงแดดส่องเข้ามาก ระบบจะลดความสว่างหลอดไฟลงโดยอัตโนมัติ ประหยัดไฟโดยไม่รู้สึกว่าแสงเปลี่ยน ’เซนเซอร์คุณภาพอากาศ’ (Air Quality Sensor) ตรวจวัด CO2 PM2.5 ความชื้น และสารระเหยอินทรีย์ (VOC) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ ที่ค่า AQI มักสูงในบางช่วงเวลา เมื่อค่า PM2.5 สูงเกินกำหนด ระบบจะปิดหน้าต่าง เปิดเครื่องฟอกอากาศ และแจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยโดยอัตโนมัติ ’เซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้น’ ทำงานร่วมกับระบบ HVAC เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมในบ้านให้อยู่ในช่วงที่สบาย ทั้งด้านสุขภาพและด้านพลังงาน ’เซนเซอร์ประตูหน้าต่าง’ (Door and Window Sensor) แจ้งเตือนทันทีเมื่อเปิดหรือปิดในเวลาที่ไม่ควร เพิ่มความปลอดภัยให้บ้านแม้เจ้าของอยู่ห่างออกไป
เซนเซอร์กับการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาพ
ข้อมูลจากเซนเซอร์คุณภาพอากาศและอุณหภูมิเปิดโอกาสให้นักออกแบบ SmartInterior วางผังพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่น กำหนดตำแหน่งห้องนอนให้ได้รับการระบายอากาศที่ดีที่สุด วางแนวหน้าต่างเพื่อให้อากาศหมุนเวียนตามธรรมชาติ และออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยให้ลด VOC จากสีและเฟอร์นิเจอร์ใหม่
ระบบรักษาความปลอดภัยผสานกับ SmartInterior
เซนเซอร์ใน SmartInterior ยังเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น เซนเซอร์ตรวจจับควันและก๊าซที่ส่งการแจ้งเตือนฉุกเฉินไปยังสมาร์ทโฟนทันที กล้อง IP ที่บันทึกภาพเมื่อเซนเซอร์การเคลื่อนไหวถูกกระตุ้น และระบบล็อคประตูอัตโนมัติที่ทำงานเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าทุกคนในบ้านหลับแล้ว HappySmart ออกแบบ AI Interior ที่วางตำแหน่งเซนเซอร์อย่างเหมาะสมเพื่อทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัย ปรึกษาฟรีผ่าน LINE OA