เทคโนโลยีที่ยกระดับทุกช่วงเวลาของวัน
Smart Home ที่ดีไม่ได้ทำให้ชีวิตซับซ้อนขึ้น แต่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะในบริบทของการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ที่มีทั้งความร้อน รถติด ฝุ่น PM2.5 และตารางชีวิตที่เต็มไปด้วยงาน
Smart Home เปลี่ยนแต่ละช่วงของวันอย่างไร?
เช้า (06:00–09:00) แสงไฟในห้องนอนค่อยๆ สว่างขึ้นตาม sunrise simulation แทนที่นาฬิกาปลุกที่ดังกระตุก ระบบส่งสรุปสภาพอากาศและ AQI กรุงเทพฯ ผ่าน LINE เพื่อวางแผนการแต่งตัวและเส้นทาง เครื่องทำน้ำร้อนพร้อมพอดีกับเวลาอาบน้ำ
กลางวัน (09:00–17:00) บ้านว่างแต่ไม่สูญเสียพลังงาน Away Mode ทำงานอัตโนมัติ กล้องรักษาความปลอดภัยคอยเฝ้า ระบบตรวจสอบ AQI และปิดหน้าต่างถ้าฝุ่นสูง
เย็น (17:00–21:00) ระบบตรวจจับรถใกล้บ้าน เตรียมแอร์และไฟให้พร้อม ประตูปลดล็อกเมื่อเจ้าของบ้านถึง ไฟและสภาพแวดล้อมปรับตาม scene ที่ชอบ เช่น Scene ทานอาหาร Scene ดูหนัง หรือ Scene ออกกำลังกาย
กลางคืน (21:00–06:00) ระบบปิดทุกอย่างที่ไม่จำเป็น ปรับแอร์สำหรับการนอนหลับที่ดีที่สุด เปิดรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบ ตี 2 แอร์ปรับอุณหภูมิขึ้นอัตโนมัติเพราะร่างกายไม่ต้องการเย็นมากในช่วงนอนหลับลึก
Smart Home กับสุขภาพในกรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ มีปัญหาด้านคุณภาพอากาศที่ผันผวน Smart Home ช่วยปกป้องสุขภาพด้วย: - PM2.5 Alert: เมื่อ AQI เกิน 50 ระบบแจ้งเตือนและเปิดเครื่องฟอกอากาศอัตโนมัติ - CO₂ Monitoring: เมื่อ CO₂ ในห้องสูงเกิน 1,000 ppm (ทำให้ง่วงและสมาธิสั้น) ระบบแจ้งเตือนให้ระบายอากาศ - Humidity Control: ความชื้นที่เหมาะสม 50–60% ลดการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย
ความทันสมัยที่เข้าถึงได้
HappySmart ออกแบบให้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้าถึงได้สำหรับบ้านทุกประเภทในกรุงเทพฯ ตั้งแต่คอนโดขนาด 30 ตร.ม. ไปจนถึงบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ โดยมีแพ็คเกจที่ยืดหยุ่นตามงบประมาณ เริ่มต้นที่ ฿5,000 สำหรับ Starter Package และขยายเพิ่มได้ทีละขั้น