ปัญหาที่คนอยู่คอนโดเจอทุกวัน
การสำรวจพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยคอนโดในกรุงเทพฯ พบปัญหาที่พบบ่อยที่สุด 4 อย่าง ได้แก่:
ลืมปิดไฟและแอร์ ซึ่งพบว่า 67% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าเคยออกจากบ้านแล้วพบว่าลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าไฟที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์เฉลี่ย 300–500 บาทต่อเดือน
ความปลอดภัย เพราะห้องชุดในกรุงเทพฯ มักมีประตูเดียวเป็นจุดเข้าหลัก ทำให้ Door Sensor และ Smart CCTV มีความสำคัญสูง
การควบคุมหลายอุปกรณ์ ผู้อยู่อาศัยสมัยใหม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้ามากกว่า 10 ชิ้นในห้องเดียว การควบคุมทีละชิ้นเสียเวลา Smart Home รวมทุกอย่างไว้ในแอปเดียว
การเข้า-ออกบ้านหลายคน ครอบครัวที่มีหลายคนใช้ห้องเดียวกันต้องการระบบที่จัดการสิทธิ์การเข้าถึงได้ Smart Lock และ Voice Authentication แก้ปัญหานี้ได้
อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์คอนโดไทยมากที่สุด
Smart Camera ป้องกันและบันทึก กล้องที่ดีต้องมี Motion Alert, Night Vision และ Two-Way Audio รุ่น Tapo C500 สำหรับกล้องนอกและ C200 สำหรับกล้องใน ราคา 800–1,500 บาท
Door Sensor แจ้งเตือนเมื่อประตูเปิดหรือปิดผิดปกติ Aqara Door and Window Sensor รองรับ HomeKit, Google Home และ Home Assistant ราคา 350–500 บาท
Smart Plug ตัดไฟที่ลืมปิด TP-Link Tapo P110 เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในไทยเพราะมีทั้ง Energy Monitoring และ Schedule Timer
Smart Bulb เปลี่ยนหลอดไฟเดิมให้ควบคุมได้จากแอปและเสียง Philips Hue หรือ Yeelight ราคา 400–1,500 บาทต่อหลอด
Smart IR Controller เช่น Switchbot Hub Mini หรือ Broadlink RM4 Mini แปลงรีโมต IR เดิมให้กลายเป็น Smart Device รองรับแอร์, ทีวี, พัดลม ราคา 600–1,200 บาท
งบประมาณ 3 ระดับสำหรับคอนโด
ระดับ Basic ราคา 2,000–5,000 บาท ประกอบด้วย Smart Plug 2 ตัว บวก Door Sensor 1 ตัว บวกกล้อง 1 ตัว เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการแก้ปัญหาหลัก
ระดับ Mid ราคา 5,000–15,000 บาท เพิ่ม Smart Bulb, Smart IR Controller, Motion Sensor และ Voice Assistant ครอบคลุมการใช้งานประจำวันทุกด้าน
ระดับ Pro ราคา 15,000–50,000 บาท มี Smart Hub สำหรับ Home Assistant, Smart Lock, ระบบ Security แบบ Multi-Camera และ Integration กับ CCTV ของนิติบุคคล
ก้าวแรกที่แนะนำสำหรับคนยังไม่เคยทำ Smart Home
เริ่มจาก Smart Plug 1 ตัวก็เพียงพอ เสียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลืมปิดบ่อยที่สุด ตั้ง Timer หรือ Schedule ในแอปแล้วสังเกตว่าค่าไฟเปลี่ยนไปไหม ถ้าพอใจก็ค่อยๆ เพิ่มอุปกรณ์ทีละชิ้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนหนักตั้งแต่แรก
HappySmart มีบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผน Smart Home สำหรับคอนโด พร้อมแนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะกับ Layout และงบประมาณของแต่ละห้อง