ทำไมออกซิเจนในบ้านจึงต่ำกว่าที่คุณคิด
บ้านและคอนโดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้กันความร้อนและประหยัดพลังงาน ผลคือโครงสร้างที่ปิดสนิทยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผนวกกับการใช้ชีวิตในพื้นที่ปิดนานขึ้น ปริมาณ CO2 สะสมในขณะที่ออกซิเจนและอากาศบริสุทธิ์ถูกดูดออกไปอย่างช้าๆ
การแก้ไขปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือราคาแพงในทุกขั้นตอน เริ่มจากสิ่งที่ทำได้วันนี้ แล้วยกระดับขึ้นตามความต้องการ
วิธีที่ 1: การระบายอากาศธรรมชาติให้ถูกหลัก
การเปิดหน้าต่างสองด้านตรงข้ามกันสร้างการไหลของอากาศแบบ Cross-Ventilation ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าพัดลมธรรมดา ควรเปิดหน้าต่างในช่วงเช้าตรู่ก่อน 7.00 น. และช่วงหลัง 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มลพิษจากรถยนต์ในกรุงเทพฯ ต่ำที่สุด
หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าต่างในช่วง Peak Traffic (7.00-9.00 น. และ 17.00-19.00 น.) เพราะอาจนำเอา PM2.5 และ NO2 เข้ามาในบ้านแทนที่จะเป็นอากาศบริสุทธิ์
วิธีที่ 2: พืชในร่มที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ
พืชบางชนิดพิสูจน์แล้วในงานวิจัยของ NASA ว่าสามารถดูดซับ VOC และ CO2 ได้ดี เช่น Snake Plant (Sansevieria), Peace Lily, Spider Plant และ Pothos
สัดส่วนที่แนะนำคือ 1-2 ต้นต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร เพื่อให้ได้ผลที่วัดได้ Snake Plant มีข้อดีพิเศษคือผลิตออกซิเจนในเวลากลางคืนผ่านกระบวนการ CAM Photosynthesis จึงเหมาะสำหรับห้องนอนเป็นพิเศษ
วิธีที่ 3: อัปเกรดไส้กรองเป็น HEPA ระดับ Hospital-Grade
เครื่องฟอกอากาศทั่วไปในท้องตลาดมักใช้ไส้กรอง HEPA H11 ที่กรองอนุภาคได้ 95% ระบบ Hospital-Grade ของ HappySmart ใช้ไส้กรอง HEPA H14 ที่กรองได้ 99.995% หรือ H13 ที่กรองได้ 99.97% รวมถึง Activated Carbon Layer สำหรับ VOC และกลิ่น
สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือเด็กเล็ก การลงทุนในไส้กรองระดับนี้มีผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ชัดเจนและวัดได้
วิธีที่ 4: ระบบ Positive Pressure Ventilation แบบครบวงจร
การรวมระบบ Positive Pressure Ventilation เข้ากับ Smart Home ทำให้บ้านของคุณตอบสนองต่อคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ CO2 ที่ติดตั้งในแต่ละห้องส่งข้อมูลให้ระบบปรับอัตราการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาโดยไม่ต้องพึ่งการจดจำของเจ้าของบ้าน
ระบบของ HappySmart ทำงานร่วมกับ Matter 1.4 และ Tuya Smart สามารถดูข้อมูลคุณภาพอากาศแบบ Real-time ผ่านแอปสมาร์ทโฟน พร้อมรับการแจ้งเตือนเมื่อ CO2 หรือ PM2.5 เกินเกณฑ์ที่กำหนด
การสร้างนิสัยที่สนับสนุนคุณภาพอากาศในบ้าน
นอกจากระบบเทคโนโลยี นิสัยบางอย่างช่วยได้มากเช่นกัน หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์เคมี ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ระเหยง่าย หรือการจุดธูปในพื้นที่ปิด ล้างแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศทุก 2-3 สัปดาห์ และเปลี่ยนไส้กรอง HEPA ตามระยะเวลาที่กำหนด
การวิเคราะห์คุณภาพอากาศภายในบ้านโดย HappySmart ช่วยระบุจุดอ่อนเฉพาะของบ้านคุณ และแนะนำชุดแก้ไขที่ตรงจุดที่สุด
ติดต่อ HappySmart ทาง LINE @HappySmart เพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาฟรี