Raspberry Pi และ Home Assistant คืออะไร?
หลายคนคิดว่าบ้านอัจฉริยะต้องใช้เงินมากและซับซ้อนเกินไป แต่ในความจริงแล้ว Raspberry Pi ร่วมกับ Home Assistant ทำให้การสร้างระบบ Smart Home แบบครบวงจรทำได้ในราคาที่เป็นมิตรและควบคุมได้ง่าย
Raspberry Pi คือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเท่าบัตรเครดิต พัฒนาโดย Raspberry Pi Foundation จากสหราชอาณาจักร มีราคาประหยัดเมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์สมาร์ทโฮมเชิงพาณิชย์ ขนาดกะทัดรัด ใช้พลังงานต่ำ และรองรับ Home Assistant เต็มรูปแบบ
Home Assistant คือแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก ใช้ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมแบบรวมศูนย์ รองรับอุปกรณ์มากกว่า 1,000 แบรนด์ รองรับ Wi-Fi, Zigbee, Bluetooth และ Z-Wave ใช้ฟรีไม่มีค่าบริการรายเดือน และเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องของตัวเองเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด
เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมได้แก่ Raspberry Pi 4 RAM 4GB หรือ 8GB (แนะนำ 4GB สำหรับผู้เริ่มต้น) SD Card ความจุ 32GB ขึ้นไป Class 10 สาย Power Supply 5V 3A สำหรับ Pi 4 สาย LAN หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi และคอมพิวเตอร์สำหรับแฟลชไฟล์ลง SD Card
รวมค่าใช้จ่ายฮาร์ดแวร์ทั้งหมดประมาณ 2,500-4,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าการซื้อ Hub สำเร็จรูปจากแบรนด์ระดับพรีเมียมมาก
ขั้นตอนการติดตั้ง Home Assistant บน Raspberry Pi
เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.home-assistant.io/installation/raspberrypi แล้วดาวน์โหลดไฟล์ image สำหรับ Raspberry Pi จากนั้นใช้โปรแกรม Balena Etcher หรือ Raspberry Pi Imager แฟลชไฟล์ image ลงใน SD Card
ใส่ SD Card เข้า Raspberry Pi เสียบสายไฟและสาย LAN จากนั้นรอประมาณ 20 นาทีเพื่อให้ระบบบูทครั้งแรก เปิดเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์แล้วเข้า http://homeassistant.local:8123 หรือ IP Address ของ Raspberry Pi ตามด้วย :8123
ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้และเริ่มตั้งค่าระบบ Home Assistant จะพบอุปกรณ์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันโดยอัตโนมัติผ่านฟีเจอร์ Auto-Discovery
เพิ่มอุปกรณ์และขยายระบบ
หลังจากติดตั้งเสร็จสามารถเพิ่มอุปกรณ์ได้ทันที เช่น สมาร์ทปลั๊กสำหรับควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดไฟอัจฉริยะสำหรับปรับแสงและสี เซนเซอร์ประตูหน้าต่างสำหรับแจ้งเตือนการบุกรุก และกล้องวงจรปิดสำหรับดูภาพสดจากมือถือ
เมื่อคุ้นเคยกับระบบแล้วสามารถขยายได้หลายทาง เชื่อมต่อกับ Zigbee Hub เพื่อรองรับอุปกรณ์ Aqara และ IKEA Tradfri ติดตั้ง Add-on Node-RED สำหรับสร้าง Automation แบบลากวางโดยไม่ต้องเขียนโค้ด ติดตั้ง ESPHome สำหรับอุปกรณ์ DIY เช่น เซนเซอร์แผ่นดินไหว ตั้งค่าระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ และติดตั้ง Home Assistant Companion App บนมือถือเพื่อควบคุมบ้านจากทุกที่
สุดท้ายใช้งานร่วมกับ Google Assistant หรือ Amazon Alexa เพื่อสั่งงานด้วยเสียงได้ทุกอุปกรณ์ในบ้านโดยไม่ต้องเปิดแอป