ทำไมต้องรู้ระดับความเสี่ยง
แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศ ไทยมีรอยเลื่อนมีพลังมากกว่า 15 สายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ การทราบว่าบ้านตั้งอยู่ใกล้รอยเลื่อนใดและมีความเสี่ยงระดับใดช่วยให้วางแผนการเตรียมพร้อมได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกประกันภัยไปจนถึงการตัดสินใจติดตั้งระบบเตือนภัย
3 ระดับความเสี่ยงในประเทศไทย
พื้นที่ความเสี่ยงสูงครอบคลุมจังหวัดที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนมีพลังหลัก ได้แก่ เชียงราย (รอยเลื่อนแม่จัน) เชียงใหม่ (รอยเลื่อนแม่ทา) แม่ฮ่องสอน กาญจนบุรี (รอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์) และตาก (รอยเลื่อนแม่ระมาด) บริเวณเหล่านี้มีประวัติแผ่นดินไหวขนาด 5.0 ริกเตอร์ขึ้นไปและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร
พื้นที่ความเสี่ยงปานกลางได้แก่ เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ และนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ห่างรอยเลื่อนหลักมากกว่าแต่ยังอาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดในพม่าหรือมาเลเซีย
พื้นที่ความเสี่ยงต่ำครอบคลุมกรุงเทพมหานคร อีสานตอนล่าง และบางส่วนของภาคใต้ แม้ความเสี่ยงต่ำกว่าแต่กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินอ่อนที่อาจขยายคลื่นจากแผ่นดินไหวไกลออกไปได้
วิธีตรวจสอบความเสี่ยงของบ้าน
วิธีแรกคือดูแผนที่รอยเลื่อนจากกรมทรัพยากรธรณี (dmr.go.th) ซึ่งแสดงตำแหน่งรอยเลื่อนมีพลังทั่วประเทศพร้อมระดับความเสี่ยง วิธีที่สองคือใช้แอปพลิเคชัน เช่น Earthquake Network, MyShake หรือ HappySmart ที่แสดงข้อมูลแผ่นดินไหวแบบเรียลไทม์และแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ วิธีที่สามคือปรึกษาเทศบาลหรือวิศวกรโยธาในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลเฉพาะเจาะจงสำหรับที่ตั้งบ้านของคุณ
สิ่งที่ระบบเตือนภัยทำได้เมื่อตรวจพบคลื่น P-wave
ระบบ HappySmart ตรวจจับคลื่น P-wave ซึ่งเดินทางเร็วกว่าคลื่น S-wave ที่ก่อความเสียหาย ทำให้มีเวลาล่วงหน้า 5-15 วินาทีก่อนแรงสั่นสะเทือนหลักมาถึง ในช่วงเวลาสั้นนี้ Automation สามารถปิดวาล์วแก๊สและวาล์วน้ำอัตโนมัติเพื่อป้องกันเพลิงไหม้และน้ำท่วม ตัดวงจรไฟฟ้าในจุดเสี่ยง เปิดไฟฉุกเฉินและปลดล็อกประตู และส่งตำแหน่ง GPS ของบ้านไปยังทีมกู้ภัยหรือญาติพี่น้อง
ทำไมการรู้ระดับความเสี่ยงถึงสำคัญ
นอกจากการตัดสินใจติดตั้งระบบเตือนภัย การรู้ระดับความเสี่ยงยังช่วยในการจัดเตรียมชุดฉุกเฉินที่เหมาะสม เลือกกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากแผ่นดินไหว และวางแผนการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างบ้านในระยะยาว