กรุงเทพฯ มีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย 75-80% RH ตลอดทั้งปี ซึ่งสูงกว่าระดับที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญ แต่การลดความชื้นทั่วทั้งบ้านให้เท่ากันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะแต่ละห้องมีความต้องการที่แตกต่างกัน
ค่า RH ที่เหมาะสมตามประเภทห้อง: ห้องนอน 45-55% RH (National Sleep Foundation แนะนำ) เพื่อการนอนหลับที่ดีและลดการเจริญเติบโตของไรฝุ่น, ห้องน้ำรับได้ 60-70% RH หากมีการระบายอากาศดี แต่ต้องไม่เกิน 70% เพื่อป้องกันเชื้อรา, ห้องนั่งเล่น 50-60% RH เพื่อความสบายและคุณภาพอากาศ, ห้องครัว 45-55% RH เพื่อลดไอน้ำจากการปรุงอาหาร
สำหรับการระบายอากาศพร้อมควบคุมความชื้น มี 2 ตัวเลือกหลัก: ERV (Energy Recovery Ventilator) เหมาะกับเมืองร้อนชื้นอย่างกรุงเทพฯ เนื่องจากดึงความชื้นออกพร้อมระบายอากาศบริสุทธิ์เข้า ราคา 15,000-35,000 THB ติดตั้งโดยช่างแอร์ และ HRV (Heat Recovery Ventilator) เหมาะกับสภาพอากาศเย็นกว่า ราคาใกล้เคียงกัน แต่ประสิทธิภาพต่ำกว่าในเมืองร้อน
วัสดุต้านความชื้นสำหรับงาน renovation: กระเบื้องพอร์ซเลน COF ≥0.6 ทั้งแห้งและเปียก สำหรับห้องน้ำและครัว, LVT (Luxury Vinyl Tile) กันน้ำ 100% สำหรับห้องนอน ราคา 250-450 THB/ตร.ม., MR Gypsum (Moisture Resistant) สำหรับผนังห้องน้ำแทน gypsum ธรรมดา, สีกันเชื้อรา (Anti-fungal paint) ลดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ 99%
กรณีศึกษา: บ้านแถวย่านสาทร ห้องนอนชั้น 2 พบความชื้น 70% RH มีรอยคราบดำที่ฝ้าเพดาน ผู้สูงอายุ 68 ปีมีอาการแพ้บ่อย หลังติดตั้ง Aqara Temperature & Humidity Sensor (590 THB) เชื่อมต่อ Home Assistant ควบคุม Smart Dehumidifier 16L/day ความชื้นลดลงเหลือ 52% RH ภายใน 3 สัปดาห์ อาการแพ้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด