บ้านที่รู้จักเจ้าของ
แนวคิดของบ้านอัจฉริยะเพื่อสุขภาพไม่ใช่เรื่องในอนาคตอีกต่อไป ในปี 2026 อุปกรณ์ IoT ราคาเข้าถึงง่ายสามารถตรวจวัดและปรับสภาพแวดล้อมในบ้านได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่คุณภาพอากาศไปจนถึงความชื้นและระดับเสียง สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และความสามารถในการทำงาน
HappySmart ออกแบบระบบที่มองสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมบ้าน ไม่ใช่ gadget เสริมที่ซื้อมาวางทิ้งไว้
เซ็นเซอร์สุขภาพที่ทำงานอย่างเงียบ ๆ
เซ็นเซอร์คุณภาพอากาศอย่าง Xiaomi Air Detector วัด CO2, TVOC, PM2.5, อุณหภูมิ และความชื้น ส่งข้อมูลต่อเนื่องไปยัง Mi Home หรือ Home Assistant เมื่อค่า CO2 เกิน 1,000 ppm ระบบสามารถเปิดพัดลมระบายอากาศหรือแจ้งเตือนให้เปิดหน้าต่างได้อัตโนมัติ
ในกรุงเทพฯ ช่วงฤดูแล้งที่ PM2.5 พุ่งสูง เซ็นเซอร์ภายนอกบ้านที่เชื่อมกับระบบกรองอากาศทำให้บ้านปรับตัวรับมือได้โดยที่เจ้าของบ้านไม่ต้องทำอะไรเลย
เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว mmWave เช่น Aqara FP2 ช่วยระบบดูแลผู้สูงอายุได้แม่นยำ สามารถตรวจจับการล้มหรือการหยุดนิ่งผิดปกติในห้องน้ำหรือห้องนอน โดยไม่ต้องใช้กล้อง ซึ่งรักษาความเป็นส่วนตัว
Home Assistant: ศูนย์กลางที่ไม่ส่งข้อมูลออกไปข้างนอก
Home Assistant เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ภายในบ้าน ข้อมูลสุขภาพและรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณไม่ถูกส่งไปยัง server ของบริษัทใด ซึ่งแตกต่างจาก Mi Home หรือ Tuya ที่ประมวลผลบน cloud ของจีน
สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ความสามารถในการสร้างรายงานสุขภาพสภาพแวดล้อมย้อนหลังจาก Home Assistant ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการวินิจฉัยได้ดีขึ้น
HomeBridge ทำหน้าที่เป็น bridge ให้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับ HomeKit สามารถปรากฏใน Apple Home app ได้ ทำให้ผู้ใช้ Apple สามารถสั่งงานผ่าน Siri และใช้ automation ของ HomeKit กับอุปกรณ์จากทุกแบรนด์
การออกแบบที่คำนึงถึงไลฟ์สไตล์ไทย
สภาพอากาศในไทยร้อนและชื้น ทำให้ระบบควบคุมความชื้นและการระบายอากาศมีความสำคัญต่อสุขภาพและอายุการใช้งานของอาคาร เชื้อรามักเกิดในห้องที่ความชื้นเกิน 70% RH เป็นเวลานาน เซ็นเซอร์ที่เชื่อมกับเครื่องลดความชื้นอัตโนมัติแก้ปัญหานี้ได้ก่อนที่จะมองเห็น
HappySmart ออกแบบแพ็กเกจ AI SmartHome ที่รวมระบบสุขภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับบ้านในกรุงเทพฯ หัวหิน และเขาใหญ่ โดยพิจารณาสภาพอากาศและลักษณะอาคารของแต่ละพื้นที่