วิธีประหยัดไฟในบ้านโดยไม่ต้องเสียสละความสะดวกสบาย
หลายครัวเรือนเข้าใจผิดว่าการประหยัดไฟหมายถึงการ ’ลด’ การใช้ชีวิต ต้องทนร้อน ต้องงดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรุนแรง ความจริงคือหัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงานคือการ ’ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ’ ไม่ใช่การลดการใช้งาน
รู้จักอุปกรณ์ที่กินไฟมากในบ้าน
ก่อนจะประหยัดได้ ต้องรู้ก่อนว่าอะไรกินไฟมากที่สุด เครื่องปรับอากาศครองอันดับ 1 ด้วยการใช้พลังงานสูงในการขับคอมเพรสเซอร์ต่อเนื่อง รองลงมาคือเครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็นที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เครื่องซักผ้า และเตารีด เมื่อรู้จุดหลักแล้ว การจัดการก็ตรงเป้า เช่น แอร์ 1 เครื่องอาจกินไฟมากกว่าหลอดไฟ LED ทั้งบ้านรวมกันหลายเท่า การโฟกัสที่แอร์จึงให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด
เคล็ดลับใช้เครื่องปรับอากาศอย่างชาญฉลาด
ตั้งอุณหภูมิที่ 25–26 องศาเซลเซียส ไม่ใช่ 18 หรือ 20 การลดอุณหภูมิลง 1 องศาทำให้แอร์ใช้ไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น ทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นกว่าอุณหภูมิจริง ปิดประตูหน้าต่างทุกบานเพื่อกักความเย็น และล้างแผ่นกรองอากาศสม่ำเสมอเพื่อลดภาระมอเตอร์ การเพิ่มอุณหภูมิจาก 24 เป็น 26 องศา พร้อมเปิดพัดลมตัวเล็กช่วยกระจายลม สามารถลดค่าไฟจากแอร์ได้ถึง 15–20% โดยไม่รู้สึกว่าร้อนขึ้นเลย
จัดการไฟฟ้าแฝง (Standby Power) ที่มองไม่เห็น
อุปกรณ์ที่ ’ดูเหมือนปิด’ แต่ยังเสียบปลั๊กอยู่ ยังคงดูดไฟอยู่ตลอดเวลา ทีวี กล่องดิจิตอล เครื่องชาร์จโทรศัพท์ เตาอบไมโครเวฟ ล้วนมีไฟแฝงสะสมในแต่ละเดือน วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือใช้ปลั๊กรางที่มีสวิตช์ เวลาไม่ใช้งานก็กดปิดทีเดียวทั้งกลุ่ม หรือติดตั้ง Smart Plug ที่ตั้งเวลาตัดไฟอัตโนมัติในช่วงดึก
พฤติกรรมเล็กน้อยที่ให้ผลใหญ่
รวบรวมผ้าซักในคราวเดียวให้เต็มถัง แทนการซักทีละน้อยหลายครั้ง ทำให้ประหยัดทั้งไฟและน้ำ รีดผ้าครั้งละมากๆ และถอดปลั๊กก่อนเสร็จ 2–3 นาทีเพื่อใช้ความร้อนที่เหลืออยู่ ปิดตู้เย็นให้สนิทและอย่าแช่ของจนแน่นเกินไปจนลมเย็นไหลเวียนไม่ได้ การสร้างนิสัยเหล่านี้ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เริ่มทำได้ทันที และเห็นผลในบิลค่าไฟเดือนถัดไป
ยกระดับด้วย Smart Home
ถ้าต้องการก้าวไปอีกขั้น ระบบ Smart Home ของ HappySmart ช่วยให้การประหยัดไฟเป็นเรื่องอัตโนมัติ เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว mmWave ปิดไฟเมื่อไม่มีคนในห้อง Smart Plug ตัดไฟสแตนด์บายในเวลาที่กำหนด และแอปมือถือช่วยติดตามการใช้ไฟแบบเรียลไทม์ เริ่มต้นได้ที่แพ็กเกจ Starter ราคา 5,000 บาท หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ HappySmart ฟรีผ่าน LINE OA