ปัญหาคือวิธีใช้ ไม่ใช่จำนวนอุปกรณ์
หลายครัวเรือนพบว่าค่าไฟสูงแม้ไม่ได้เพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าใด ๆ สาเหตุที่แท้จริงมักอยู่ที่ วิธีการใช้งาน เช่น แอร์เย็นเกินจำเป็น ตู้เย็นไม่ได้จัดของให้เหมาะสม เครื่องทำน้ำอุ่นตั้งอุณหภูมิสูงเกินไป หรือเครื่องซักผ้าซักทีละน้อยหลายรอบ การปรับพฤติกรรมการใช้งานให้ถูกหลักการจึงเป็นทางลัดที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ให้ผลชัดเจน
เลือกขนาดอุปกรณ์ให้เหมาะกับการใช้งาน
หลักการสำคัญข้อแรกคือ ขนาดต้องพอดี แอร์ที่ใหญ่เกินห้องทำงานหนักโดยไม่จำเป็น ตู้เย็นที่ใหญ่กว่าจำนวนสมาชิกในครอบครัวสิ้นเปลืองไฟฟ้าทุกชั่วโมงโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ เลือกขนาดที่สมดุลกับความต้องการจริง หากจะซื้ออุปกรณ์ใหม่ให้เลือกระบบ Inverter และฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ราคาสูงกว่าเล็กน้อยในวันซื้อ แต่คืนทุนจากค่าไฟที่ลดลงได้ภายใน 1–3 ปี
ใช้แอร์และพัดลมอย่างถูกหลักการ
ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25–26 องศา ไม่ใช่ 21–22 องศา ทุก 1 องศาที่ลดลงใช้ไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ล้างแผ่นกรองทุก 2–4 สัปดาห์เพื่อลดภาระมอเตอร์ ปิดประตูหน้าต่างทุกบานขณะเปิดแอร์ พัดลมใช้ไฟน้อยกว่าแอร์ 10–20 เท่า ใช้พัดลมแทนแอร์ในวันที่อากาศถ่ายเท หรือเปิดพัดลมควบคู่เพื่อให้ลมเย็นหมุนเวียนและสามารถตั้งอุณหภูมิแอร์สูงขึ้น 1–2 องศา
จัดการตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องซักผ้า
ตู้เย็นทำงาน 24 ชั่วโมง จึงต้องจัดการให้ดี ปิดประตูให้สนิทเสมอ อย่าแช่อาหารร้อน อย่าอัดของแน่นเกินจนลมเย็นไหลเวียนไม่ได้ และตรวจสอบยางขอบประตูว่าไม่รั่ว เครื่องทำน้ำอุ่นดึงไฟสูงในระยะเวลาสั้น เปิดเฉพาะขณะใช้งานและปิดทันทีหลังเสร็จ ไม่ทิ้งให้ร้อนทิ้งไว้ เครื่องซักผ้าให้ซักเต็มถังทุกครั้งแทนการซักทีละน้อยหลายรอบ
จัดการโหลดไฟอย่างชาญฉลาด
อย่าเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหนักพร้อมกัน เช่น แอร์ เครื่องซักผ้า และเตารีดพร้อมกันในเวลาเดียวกัน จะทำให้โหลดไฟสูงและอาจมีผลต่อค่าไฟ ถ้าหากใช้มิเตอร์ระบบ TOU (Time of Use) ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหนักในช่วง Off-Peak เช่น กลางดึกหรือวันหยุด เมื่อค่าไฟต่อหน่วยถูกกว่า
ก้าวต่อไปด้วย Smart Home
เมื่อปรับพฤติกรรมครบแล้ว ระบบ Smart Home ของ HappySmart จะช่วยให้ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ Smart Plug ตัดไฟสแตนด์บาย เซนเซอร์ปิดไฟเมื่อไม่มีคน และแอปแสดงการใช้ไฟ real-time เริ่มต้น 5,000 บาท ปรึกษาฟรีผ่าน LINE OA