ทำความเข้าใจ PM2.5 และอันตรายต่อสุขภาพ
ฝุ่น PM2.5 คืออนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน เล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ถึง 30 เท่า เล็กพอที่จะผ่านกลไกการกรองของจมูกและลำคอ ลงไปถึงถุงลมปอดและแทรกซึมสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ผลกระทบต่อสุขภาพครอบคลุมโรคทางเดินหายใจ (หืด ปอดบวม COPD) โรคหัวใจและหลอดเลือด และในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด การรู้จักป้องกันตนเองจึงสำคัญไม่แพ้การรักษา
วิธีป้องกันเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง
เลือกเวลาออกนอกบ้านอย่างชาญฉลาด ช่วงที่ PM2.5 มักสูงสุดในกรุงเทพฯ คือตอนเช้า 7-9 น. และเย็น 17-19 น. ซึ่งตรงกับชั่วโมงเร่งด่วน การออกช่วงสายหลัง 10 น. หรือหลังพระอาทิตย์ตกช่วยลดการสัมผัสได้มาก
หลีกเลี่ยงถนนที่มีการจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะหลังรถบัสและรถบรรทุกที่ปล่อยควันดำ หากเป็นไปได้เลือกเส้นทางที่ผ่านสวนสาธารณะหรือริมน้ำ ไม่ออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่ PM2.5 สูง เพราะการหายใจเร็วทำให้รับฝุ่นเข้าไปมากกว่าปกติ 5-10 เท่า ย้ายการออกกำลังกายไปในร่มหรือยิมที่มีเครื่องฟอกอากาศ
เลือกหน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 ได้จริง
มาตรฐานหน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 ได้ดี: N95 (กรอง 95%) KN95 (มาตรฐานจีน 95%) KF94 (มาตรฐานเกาหลี 94%) หน้ากากที่มีฟิลเตอร์คาร์บอนและ HEPA ให้การป้องกันเพิ่มขึ้น การสวมหน้ากากต้องแนบสนิทโดยไม่มีช่องรั่ว ต้องครอบคลุมทั้งจมูกและปาก สายรัดต้องแน่นพอ หน้ากากที่สวมหลวมป้องกันได้น้อยมาก
เปลี่ยนหน้ากาก N95 ทุก 8 ชั่วโมงการใช้งานต่อเนื่องหรือเมื่อหน้ากากเปียกชื้น ไม่ควรนำหน้ากากที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำโดยไม่ได้ฆ่าเชื้อ เพราะฝุ่นและเชื้อโรคที่สะสมในหน้ากากอาจก่ออันตรายได้
ดูแลร่างกายจากภายในในช่วงฝุ่นสูง
ดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษและรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุทางเดินหายใจ รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน C (ส้ม มะนาว พริกหยวก) วิตามิน A (แครอท ฟักทอง มะม่วง) และสารต้านอนุมูลอิสระจากผักใบเขียวและผลไม้สีเข้ม
ออกกำลังกายเบาๆ ภายในบ้านอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เช่น โยคะ พิลาทิส หรือเดินในร่ม ช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตและภูมิคุ้มกัน หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันบุหรี่ซึ่งซ้ำเติมความเสียหายที่ PM2.5 ก่อไว้
ใช้เครื่องฟอกอากาศและติดตามคุณภาพอากาศ
เครื่องฟอกอากาศ HEPA ภายในบ้านเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เปิดทำงานตลอดเวลาในห้องนอนและห้องนั่งเล่น เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเพื่อรักษาประสิทธิภาพ ไส้กรองที่ตันจะทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นแต่ได้ผลน้อยลง
ทำความสะอาดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศทุกเดือนในช่วงฝุ่น เพราะเครื่องที่ไม่ได้ทำความสะอาดจะกระจายฝุ่นสะสมกลับสู่ห้อง ติดตั้งแอปวัด AQI บนมือถือและตรวจสอบก่อนออกนอกบ้านทุกครั้ง
การดูแลสุขภาพระยะยาว
ตรวจสุขภาพปอดประจำปีโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองที่มี PM2.5 สูงเป็นประจำ การตรวจ Spirometry วัดสมรรถภาพปอดช่วยพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนอาการเรื้อรังปรากฏ HappySmart ให้คำปรึกษาการออกแบบระบบ Smart Home ที่ช่วยตรวจจับและตอบสนองต่อ PM2.5 อัตโนมัติ เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยในทุกสภาพอากาศ