ทำไมอากาศในบ้านจึงอาจแย่กว่าอากาศนอกบ้าน
การวิจัยจาก WHO และ EPA ระบุตรงกันว่าอากาศภายในอาคารมักมีสารมลพิษสูงกว่าอากาศภายนอกถึง 2-5 เท่า โดยเฉพาะในบ้านที่ปิดแอร์ตลอดเวลาอย่างที่นิยมในกรุงเทพฯ
สาเหตุหลักมาจากการสะสมของ CO2 จากการหายใจ ความชื้นที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อรา สารระเหยจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง และฝุ่น PM2.5 ที่ซึมเข้ามาจากภายนอก การระบายอากาศที่ดีเป็นวิธีเดียวที่แก้ปัญหาเหล่านี้ได้พร้อมกัน
ผลกระทบต่อสุขภาพจากอากาศในบ้านที่ไม่ดี
ระดับ CO2 ที่สูงเกิน 1,000 ppm ส่งผลให้สมาธิลดลง รู้สึกง่วงนอนผิดปกติ และประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างชัดเจน การศึกษาจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ปี 2023 พบว่าการลด CO2 ในห้องทำงานจาก 950 ppm เหลือ 550 ppm ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจได้ถึง 61%
สำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และหอบหืด คุณภาพอากาศในบ้านเป็นปัจจัยสำคัญกว่าปัจจัยอื่นในการควบคุมอาการ เชื้อราที่มองไม่เห็นในห้องที่อับชื้นสร้างสปอร์ที่กระตุ้นอาการรุนแรงได้แม้ในปริมาณเล็กน้อย
ระบบระบายอากาศอัจฉริยะทำงานอย่างไร
HappySmart ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศที่ตรวจสอบ CO2, PM2.5, ความชื้นสัมพัทธ์ และ TVOC (Total Volatile Organic Compounds) แบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อกับ Home Assistant เพื่อ automation
เมื่อ CO2 สูงเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ระบบจะสั่งเปิดพัดลมระบายอากาศหรือปรับความเร็วแอร์ที่มีฟังก์ชัน ventilation โดยอัตโนมัติ เมื่อความชื้นสูงในห้องน้ำ พัดลมดูดอากาศจะทำงานจนความชื้นลดลงสู่ระดับปลอดภัย ไม่ต้องจำเปิดเอง
สำหรับบ้านในเขาใหญ่และหัวหินที่มีอากาศภายนอกดี ระบบยังเชื่อมต่อกับสถานีวัดคุณภาพอากาศออนไลน์เพื่อเลือกเวลาที่เหมาะสมในการเปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ
การเลือกระบบระบายอากาศที่เหมาะกับบ้านในไทย
สภาพอากาศของไทยมีความชื้นสูงตลอดปี ระบบที่เหมาะสมต้องสมดุลระหว่างการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาและการควบคุมความชื้น ระบบ Heat Recovery Ventilator (HRV) หรือ Energy Recovery Ventilator (ERV) ช่วยแลกเปลี่ยนอากาศโดยไม่สูญเสียพลังงานความเย็นที่แอร์สร้างไว้
HappySmart ออกแบบระบบระบายอากาศให้สอดคล้องกับแผนผังบ้านและการใช้งานจริง ประเมินจากจำนวนคนในบ้าน ขนาดพื้นที่ และนิสัยการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านแต่ละราย