บ้านที่ดีคือบ้านที่ดูแลสุขภาพคุณอย่างเงียบ ๆ
สภาพแวดล้อมภายในบ้านมีผลต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนคิด คุณภาพอากาศในห้องปิดที่แอร์ทำงานตลอดวัน ระดับแสงสว่างที่มากเกินไปก่อนนอน และอุณหภูมิห้องที่ไม่เหมาะสมล้วนส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพในการทำงาน
ระบบ Smart Living Solutions จาก HappySmart ออกแบบมาเพื่อตรวจจับและปรับสภาพแวดล้อมเหล่านี้โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพื่อความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง
คุณภาพอากาศภายในบ้าน: ปัญหาที่มองไม่เห็น
กรุงเทพฯ มีปัญหา PM2.5 และ VOC จากเฟอร์นิเจอร์ใหม่และสีทาผนัง เซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศรุ่นใหม่จาก Xiaomi และ Aqara วัดระดับ CO2, PM2.5, อุณหภูมิ และความชื้นพร้อมกัน เมื่อระดับ CO2 เกิน 1,000 ppm ระบบจะเปิดพัดลมระบายอากาศหรือแจ้งเตือนให้เปิดหน้าต่างอัตโนมัติ
สำหรับห้องนอนเด็กหรือห้องผู้สูงอายุ การติดตั้งเซนเซอร์คุณภาพอากาศพร้อมเครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะที่ทำงานอัตโนมัติตามระดับ PM2.5 เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก
การนอนหลับที่ดีขึ้นด้วยระบบแสงและอุณหภูมิอัจฉริยะ
การวิจัยจาก National Sleep Foundation พบว่าอุณหภูมิห้องนอนที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับคือ 18-21 องศาเซลเซียส และแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอและหลอดไฟ LED สีเย็นก่อนนอนรบกวนการผลิตเมลาโทนิน
ระบบ Smart Living ที่ตั้งค่า "โหมดกลางคืน" จะปรับแอร์ให้อยู่ที่ 20 องศาอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาเข้านอน เปลี่ยนแสงไฟในห้องนอนจากสีขาวเป็นสีส้มอุ่น และปิดเสียงการแจ้งเตือนจากทุกอุปกรณ์ในบ้าน ทำงานทั้งหมดนี้ด้วยคำสั่งเดียวหรืออัตโนมัติตามเวลา
Smart Home กับผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
สมาชิกในบ้านที่เปราะบางที่สุดได้ประโยชน์มากที่สุดจากระบบ Smart Living เซนเซอร์ mmWave ที่ติดตั้งในห้องนอนผู้สูงอายุสามารถตรวจจับการล้มหรือการที่ไม่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติและแจ้งเตือนครอบครัวทันที
สำหรับเด็กเล็ก ระบบล็อคช่องเสียบไฟฟ้าและกล้องในห้องเด็กที่แจ้งเตือนเมื่อเด็กลุกขึ้นกลางดึกช่วยให้พ่อแม่นอนหลับได้สบายใจมากขึ้น
HappySmart ออกแบบแพ็กเกจ Smart Living สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุโดยเฉพาะ รวมการติดตั้งและตั้งค่าระบบทั้งหมดพร้อมการฝึกอบรมการใช้งานให้ครอบครัว