เอเชียนำหน้าโลกในการใช้งานบ้านอัจฉริยะ
ปี 2026 ตลาดบ้านอัจฉริยะในเอเชียแปซิฟิกแซงหน้าตลาดอเมริกาเหนือในแง่ของมูลค่ารวม แรงขับเคลื่อนหลักมาจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศอาเซียนที่กำลังเติบโตเร็ว ไทยอยู่ในกลุ่มที่สองที่น่าจับตามอง
ปัจจัยสำคัญคือราคาอุปกรณ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สวิตช์อัจฉริยะ Matter 1.4 จาก Xiaomi เริ่มต้นที่ต่ำกว่า ฿500 ต่อชิ้นในปี 2026 ทำให้กลุ่มผู้ซื้อบ้านระดับกลางและสูงสามารถเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง
Matter 1.4 คือตัวเปลี่ยนเกม
ก่อนหน้านี้ปัญหาใหญ่ที่สุดของบ้านอัจฉริยะในเอเชียคือความไม่เข้ากันของอุปกรณ์ต่างแบรนด์ ผู้ใช้ที่ซื้อหลอดไฟ Xiaomi อาจใช้ร่วมกับลำโพง Samsung ไม่ได้ หรือต้องพึ่งแอปหลายตัวพร้อมกัน
Matter 1.4 ที่เผยแพร่ในปี 2025 แก้ปัญหานี้ที่รากฐาน อุปกรณ์จาก Xiaomi, TP-Link, Aqara และแบรนด์อื่นที่รองรับ Matter สามารถทำงานร่วมกันในระบบเดียว ไม่ว่าจะเลือกใช้ HomeKit, Mi Home, Tuya หรือ Home Assistant เป็นแพลตฟอร์มหลัก
AI ท้องถิ่นแทนที่การประมวลผลบนคลาวด์
เทรนด์ที่เด่นชัดที่สุดในปี 2026 คือการย้ายการประมวลผล AI จากคลาวด์มาอยู่ในอุปกรณ์ภายในบ้าน เซนเซอร์ mmWave รุ่นใหม่ประมวลผลการตรวจจับบนชิปในตัว ไม่ต้องส่งข้อมูลออกไปนอกบ้าน ผลลัพธ์คือความเร็วในการตอบสนองที่เร็วขึ้นและความเป็นส่วนตัวที่ดีขึ้น
สำหรับประเทศไทยที่มีปัญหาเรื่องความเสถียรของอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ ระบบที่ประมวลผลในบ้านจึงน่าเชื่อถือกว่ามาก บ้านที่ติดตั้ง Home Assistant บน Raspberry Pi 5 ยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแม้อินเทอร์เน็ตหลุด
ตลาดไทยในปี 2026: โอกาสสำหรับคอนโดและบ้านเดี่ยว
ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในกรุงเทพฯ เริ่มบรรจุระบบบ้านอัจฉริยะเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาขาย ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมราคาแพงอีกต่อไป โครงการระดับลักชัวรีในสุขุมวิทและสีลมหลายแห่งใช้ HomeKit เป็นมาตรฐาน ขณะที่โครงการระดับกลางในรามอินทราและบางนาเลือก Tuya เพราะราคาเป็นมิตรและโอเพนซอร์สมากกว่า
HappySmart ทำงานร่วมกับทั้งสองกลุ่มนี้ ออกแบบระบบที่ขยายได้ในอนาคตโดยไม่ต้องรื้อของเดิมทิ้ง