ครอบครัวส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว มักนึกถึงปุ่มฉุกเฉินเป็นอันดับแรก ซึ่งแม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญ ผู้สูงอายุที่หมดสติจากการล้ม หัวใจวาย หรือภาวะน้ำตาลต่ำรุนแรง ไม่มีทางกดปุ่มได้ นี่คือเหตุผลที่ระบบ Passive Monitoring จึงสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่บ้านคนเดียว
ความแตกต่างระหว่าง Active และ Passive Monitoring
ระบบ Active Monitoring อาศัยการกระทำของผู้สูงอายุ เช่น กดปุ่ม Panic Button กดนาฬิกา SOS หรือโทรหาลูกหลาน ระบบเหล่านี้มีประสิทธิภาพเมื่อผู้สูงอายุยังมีสติและสามารถเคลื่อนไหวได้
ระบบ Passive Monitoring ทำงานโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้ผู้สูงอายุทำอะไร ได้แก่ mmWave Sensor ที่ตรวจจับการล้มและการนิ่งเกินเวลาที่กำหนด Pressure Mat ที่เตียงซึ่งส่งสัญญาณหากไม่มีการเคลื่อนไหวหลังเวลาตื่นที่กำหนด และ Door/Window Sensor ที่ตรวจสอบว่าผู้สูงอายุยังทำกิจกรรมประจำวัน เช่น เปิดประตูห้องน้ำหรือตู้เย็นในช่วงเวลาปกติ
ช่วงเวลาเสี่ยงสูงที่ระบบ Passive ต้องทำงานแทนผู้ดูแล
จากข้อมูลทางการแพทย์ ช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงที่สุดคือ 01.00–04.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ความดันโลหิตต่ำสุดของวัน, 06.00–08.00 น. ที่สมรรถภาพการรับรู้ต่ำที่สุดหลังตื่นนอน และ 13.00–15.00 น. ที่ง่วงหลังอาหารกลางวันและมีความเสี่ยงต่อภาวะ Postural Hypotension เมื่อลุกจากโซฟา ในทั้ง 3 ช่วงเวลานี้ผู้สูงอายุมักไม่มีสติพอที่จะกดปุ่มได้ทัน ระบบ Passive จึงเป็นชั้นป้องกันที่ขาดไม่ได้
อุปกรณ์ Passive Monitoring ที่แนะนำสำหรับบ้านผู้สูงอายุ
ลำดับความสำคัญในการติดตั้ง ได้แก่ อันดับ 1 mmWave Sensor 1 ตัวในห้องน้ำ (จุดเสี่ยงสูงสุด) อันดับ 2 Pressure Mat หรือ mmWave Sensor อีก 1 ตัวในห้องนอน อันดับ 3 Door Sensor ที่ตู้เย็นหรือประตูห้องน้ำเพื่อตรวจกิจวัตร อันดับ 4 mmWave Sensor ในห้องนั่งเล่นถ้าผู้สูงอายุใช้เวลาในห้องนี้มาก งบประมาณสำหรับชุด Passive Monitoring พื้นฐานอยู่ที่ประมาณ 10,000–18,000 บาท ซึ่งไม่รวมค่าติดตั้งมืออาชีพ
การผสมผสาน Active และ Passive ให้ได้ผลสูงสุด
ระบบที่ดีที่สุดคือการผสมทั้งสองประเภท ใช้ Panic Button สำหรับเหตุที่ผู้สูงอายุรับรู้ได้ เช่น รู้สึกเจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นผิดปกติ และใช้ Passive Monitoring เป็นชั้นสำรองเมื่อ Active Monitoring ไม่สามารถทำงานได้ การตั้งค่า Alert ที่ดีควรระบุว่า ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 30 นาทีในห้องน้ำ ให้แจ้งเตือนครอบครัวทันที และถ้าผ่านอีก 10 นาทีโดยไม่มีการตอบสนอง ให้ยกระดับแจ้งเตือนไปยัง Call Center