Journal

ออกแบบห้องปลอดเชื้อ เพื่อสุขภาพและอากาศที่ดีกว่าในบ้านคุณ

Designing the Ultimate Sterile Room for Health and Clean Air at Home

17 พฤษภาคม 2569 · 2 นาที

ทำไมบ้านในกรุงเทพฯ จึงต้องการห้องปลอดเชื้อ

ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระยะสั้นอีกต่อไป งานวิจัยจาก International Agency for Research on Cancer (IARC) จัดให้ PM2.5 เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ที่ได้รับการยืนยันแล้ว การสัมผัสในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดได้ถึง 17% ต่อการเพิ่มขึ้นของค่า PM2.5 ทุก 10 μg/m³

นอกจาก PM2.5 แล้ว กรุงเทพฯ ยังมีความเสี่ยงจากเชื้อโรคทางอากาศ โดยเฉพาะในช่วงที่โรคทางเดินหายใจระบาด ห้องปลอดเชื้อในบ้านจึงกลายเป็นมาตรการป้องกันที่ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

องค์ประกอบหลักของห้องปลอดเชื้อมาตรฐาน HappySmart

HappySmart ออกแบบห้องปลอดเชื้อโดยผสานเทคโนโลยีหลายชั้น:

ไส้กรอง HEPA H14

มาตรฐาน HEPA H14 ดักจับอนุภาคที่มีขนาดตั้งแต่ 0.1 ไมครอนขึ้นไปได้มากกว่า 99.995% ครอบคลุมทั้ง PM2.5 ละอองเกสรดอกไม้ สปอร์เชื้อรา และแบคทีเรียส่วนใหญ่ในอากาศ นี่คือมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลชั้นนำ

ระบบแรงดันอากาศบวก (Positive Air Pressure)

การสร้างแรงดันอากาศภายในห้องให้สูงกว่าภายนอกเล็กน้อย (5–8 Pa) ทำให้อากาศไหลออกจากห้องเสมอ ไม่มีทางที่อากาศภายนอกที่มีมลพิษจะซึมเข้ามาได้ ไม่ว่าจะผ่านช่องว่างของประตู หน้าต่าง หรือรอยต่อของผนัง

หลอด UV-C Germicidal

รังสี UV-C ที่ความยาวคลื่น 254 nm ทำลาย DNA ของเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ HappySmart ติดตั้งหลอด UV-C ในระบบท่ออากาศ ทำให้อากาศทุกลูกบาศก์เมตรที่ไหลผ่านได้รับการฆ่าเชื้อก่อนจะเข้าสู่ห้อง

มาตรฐาน WHO และการออกแบบห้องปลอดเชื้อ

HappySmart ออกแบบทุกโครงการให้สอดคล้องกับแนวทาง WHO Indoor Air Quality Guidelines 2021 และมาตรฐาน ISO 14644-1 สำหรับ Cleanroom ระดับ ISO Class 7-8 ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานที่พักอาศัย

ระบบจะรักษาค่า PM2.5 ภายในห้องให้ต่ำกว่า 10 μg/m³ ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในวันที่ค่า PM2.5 ภายนอกพุ่งสูงเกิน 150 μg/m³

ใครบ้างที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากห้องปลอดเชื้อ

  • ผู้ป่วยโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคปอดเรื้อรัง (COPD)
  • ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจสูง
  • เด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • ผู้ที่ต้องทำงานจากบ้าน ต้องการสมาธิและพลังงานสูงสุด
  • ครอบครัวในพื้นที่เมืองที่มีมลพิษสูงอย่างกรุงเทพฯ หัวหิน และเขาใหญ่

ติดต่อ HappySmart ทาง LINE @HappySmart เพื่อขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ห้องปลอดเชื้อในบ้านต่างจากเครื่องฟอกอากาศธรรมดาอย่างไร?
เครื่องฟอกอากาศตั้งพื้นกรองเฉพาะบริเวณใกล้เคียงและไม่ได้ป้องกันการรั่วซึมของอากาศจากภายนอก ห้องปลอดเชื้อของ HappySmart ใช้ทั้งระบบกรอง HEPA H14 แรงดันอากาศบวก และ UV-C ครอบคลุมทั้งห้องอย่างสม่ำเสมอและกันอากาศภายนอกได้จริง
HEPA H14 กับ HEPA H13 ต่างกันอย่างไร?
HEPA H13 ดักจับอนุภาค 0.3 ไมครอนได้ 99.97% ส่วน HEPA H14 ดักจับได้ 99.995% ที่อนุภาคขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ซึ่งเป็นช่วงขนาดที่อันตรายที่สุด HappySmart ใช้ H14 สำหรับห้องปลอดเชื้อและแนะนำ H13 สำหรับระบบทั่วไป
UV-C ปลอดภัยสำหรับคนในห้องไหม?
ระบบ UV-C ของ HappySmart ติดตั้งภายในท่ออากาศ (in-duct) ไม่ใช่ในพื้นที่อยู่อาศัย รังสีจะฆ่าเชื้อเฉพาะในท่อและไม่มีโอกาสสัมผัสกับผิวหนังหรือดวงตาของผู้อยู่อาศัยโดยตรง
ระบบแรงดันอากาศบวกต้องใช้พลังงานมากไหม?
ระบบ PAP ของ HappySmart ใช้พลังงานน้อยกว่าที่คิด เนื่องจากต้องการเพียงความต่างของแรงดัน 5-8 Pa ซึ่งพัดลมขนาดเล็กสามารถรักษาได้ ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยไม่เกิน 10-15% ของค่าไฟระบบ HVAC เดิม
ต้องปิดผนึกห้องทั้งหมดก่อนติดตั้งไหม?
ใช่ การปิดผนึก (sealing) ช่องว่างของประตู หน้าต่าง และรอยต่อผนังเป็นขั้นตอนสำคัญ HappySmart ดำเนินการทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจติดตั้ง และทำการทดสอบรั่วซึมหลังติดตั้งทุกครั้ง