ทำไมต้องเชื่อมต่อระบบฟอกอากาศกับ Smart Home
บ้านที่ปิดแอร์ตลอดในกรุงเทพฯ มีปัญหาคุณภาพอากาศสะสมที่มองไม่เห็น ทั้ง CO2 จากการหายใจที่ค่อยๆ สูงเกิน 1,000 ppm PM2.5 จากภายนอกที่รั่วเข้ามา และ VOC จากเฟอร์นิเจอร์หรือสีทาผนัง การใช้เครื่องฟอกอากาศแบบสแตนด์อโลนหรือ Fresh Air System แบบตั้งเวลาอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะไม่ตอบสนองต่อสภาพจริงในแต่ละช่วงเวลา
การเชื่อมต่อทั้งสองระบบผ่าน Home Assistant ทำให้เกิดระบบที่ตอบสนองอัตโนมัติ เมื่อ CO2 สูงเกิน 800 ppm ระบบ ERV จะเปิดทันที เมื่อ PM2.5 ภายนอกต่ำกว่า 50 µg/m³ ระบบจะเพิ่มอัตราการระบายอากาศ และเมื่อ PM2.5 ภายนอกสูง ระบบจะหันมาพึ่งเครื่องฟอกอากาศภายในแทน
อุปกรณ์ที่ต้องการสำหรับระบบเชื่อมต่อ
ระบบที่สมบูรณ์ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ เซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศภายในเช่น Awair Element หรือ Aqara TVOC ที่วัด CO2 PM2.5 VOC ความชื้น และอุณหภูมิ เซนเซอร์ภายนอกหรือ API ของ IQAir สำหรับข้อมูล PM2.5 ภายนอก Fresh Air System ERV ที่รองรับการเชื่อมต่อ RS-485 หรือ Wi-Fi API เช่น Panasonic หรือ Mitsubishi Lossnay และเครื่องฟอกอากาศ HEPA H13 ที่รองรับ Local API เช่น Xiaomi 4 Pro หรือ Dyson
ทั้งหมดนี้รวมศูนย์ที่ Home Assistant บน Raspberry Pi 5 หรือ HA Green ซึ่งทำหน้าที่เป็น Brain ตัดสินใจว่าควรเปิดระบบใด ด้วยข้อมูลจาก Sensor ทั้งหมดแบบ Real-time
วิธีตั้งค่า Automation Rules
การตั้ง Automation ใน Home Assistant ที่แนะนำมีดังนี้ กฎที่ 1 เมื่อ CO2 ภายใน > 800 ppm ให้เปิด ERV ที่ Speed 2 กฎที่ 2 เมื่อ PM2.5 ภายนอก < 50 µg/m³ และ CO2 > 600 ppm ให้เพิ่ม ERV เป็น Speed 3 กฎที่ 3 เมื่อ PM2.5 ภายนอก > 75 µg/m³ ให้ปิด ERV และเปิดเครื่องฟอกอากาศ HEPA ทุกห้องที่ Turbo Mode กฎที่ 4 ตั้งเวลา 6.00-8.00 น. เป็น Morning Ventilation Mode เปิด ERV เสมอเพราะ CO2 สะสมสูงสุดหลังนอนทั้งคืน
การตั้งค่าผ่าน YAML ใน HA ทำได้โดยตรงหรือใช้ Node-RED ที่ใช้งานง่ายกว่าสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดเขียน Code
Smart Home + Fresh Air ช่วยอะไรบ้าง
ระบบที่เชื่อมต่อกันทำให้ได้ประโยชน์ 5 ด้านที่เหนือกว่าการใช้แยก ได้แก่ การตอบสนองแบบ Real-time ที่เร็วกว่าการตั้งตารางเวลา การประหยัดพลังงานเพราะเปิดระบบเฉพาะเมื่อจำเป็น ข้อมูลประวัติคุณภาพอากาศสำหรับวิเคราะห์แนวโน้มผ่าน Grafana การแจ้งเตือน LINE Notify เมื่อคุณภาพอากาศเลวลงผิดปกติ และการ Integrate กับ Routine อื่นๆ เช่น ปรับแอร์อัตโนมัติตามคุณภาพอากาศ
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะระบบดูแลอากาศแทนพวกเขาตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องตรวจสอบเอง
เริ่มต้นได้ง่ายกว่าที่คิด
สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำเริ่มจากการติดตั้ง Home Assistant และเซนเซอร์ CO2 ตัวเดียวก่อน เพื่อดูข้อมูล Baseline 2-4 สัปดาห์ แล้วค่อยขยายไปยัง ERV และเครื่องฟอกอากาศ ชุมชน Home Assistant ภาษาไทยบน Facebook มีผู้ใช้กว่า 10,000 คนที่พร้อมช่วยเหลือ และมี Blueprint สำเร็จรูปสำหรับ Air Quality Automation ให้ดาวน์โหลดใช้ได้เลย