ทำไมต้องใช้ IoT ควบคุมคุณภาพอากาศ
การควบคุมคุณภาพอากาศด้วย IoT ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าการเปิดเครื่องฟอกทิ้งไว้ตามปกติ เพราะระบบตอบสนองต่อค่าฝุ่นจริงแบบ Real-time ประหยัดพลังงาน และทำงานประสานกันระหว่างหลายอุปกรณ์พร้อมกัน
Home Assistant และ HomeBridge กับเครื่องฟอกอากาศ
Home Assistant (Open-source) รองรับเครื่องฟอกอากาศกว่า 1,000 รุ่น เช่น Xiaomi, Dyson, Philips ผ่าน Miio Integration หรือ Matter สามารถตั้ง Automation เปิดเครื่องเมื่อ PM2.5 เกิน 35 ug/m3 และสั่งด้วยเสียงผ่าน Google Assistant HomeBridge เชื่อมอุปกรณ์ที่ไม่รองรับ HomeKit เข้าสู่ระบบ Apple ให้สั่งงานผ่าน Siri และแอป Home บน iPhone ได้
เซนเซอร์ PM2.5 ที่แนะนำ
Xiaomi Smart Air Quality Monitor: วัด PM2.5, CO2, อุณหภูมิ, ความชื้น เชื่อมต่อ Home Assistant ผ่าน Miio PurpleAir PA-II: ความแม่นยำสูง เหมาะทั้งในและนอกอาคาร IKEA VINDRIKTNING: ราคาเข้าถึงง่าย มีไฟบอกระดับอากาศ Aqara Air Quality Monitor: วัด PM2.5, TVOC, อุณหภูมิ, ความชื้น ทำงานร่วม HA ได้ดี วางเซนเซอร์ที่ความสูง 1-1.5 เมตร ในห้องที่ใช้งานบ่อย ห่างจากแหล่งมลพิษโดยตรง
การตั้งค่า Automation ครบวงจร
ตัวอย่าง Automation ใน Home Assistant: เมื่อ PM2.5 > 35 ug/m3 เปิดเครื่องฟอก High Speed + ส่ง Notification, เมื่อ PM2.5 ภายนอก > 50 ug/m3 ปิดม่านกันฝุ่นไฟฟ้า + เปิดระบบ Positive Pressure, เมื่อ PM2.5 < 15 ug/m3 ปรับเครื่องฟอกเป็น Sleep Mode
ประโยชน์ของระบบอัตโนมัติ
ลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ ไม่ต้องสั่งงานด้วยมือ ใช้พลังงานเฉพาะเมื่อจำเป็น และตรวจสอบสถานะจากระยะไกลได้ทุกเวลา HappySmart พร้อมออกแบบและติดตั้งระบบ IoT จัดการคุณภาพอากาศสำหรับบ้านทุกขนาด