เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมในปี 2024 เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
ปี 2024 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการสมาร์ทโฮม อุปกรณ์จากหลากหลายแบรนด์สามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกันได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการบ้านอัจฉริยะอย่างแท้จริง
มาตรฐาน Matter: การเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้รอยต่อ
Matter คือมาตรฐานโอเพนซอร์สที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google, Amazon และ Samsung อุปกรณ์ที่รองรับ Matter สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน ผู้ใช้งานในไทยสามารถนำหลอดไฟ Matter จากแบรนด์หนึ่งมาควบคุมผ่านแอป Home Assistant หรือ Apple Home ได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้
AI อัจฉริยะ: บ้านที่เรียนรู้พฤติกรรมของคุณ
ระบบ AI ในสมาร์ทโฮมปี 2024 ไม่ได้เพียงแค่ดำเนินการตามคำสั่งที่ตั้งไว้ล่วงหน้า แต่สามารถเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมของสมาชิกในบ้านและปรับการทำงานโดยอัตโนมัติ เช่น ระบบจะรู้ว่าคุณมักเปิดแอร์ที่ 25 องศาเมื่อกลับบ้านตอน 18.00 น. และจะปรับอุณหภูมิให้พร้อมก่อนที่คุณจะถึงบ้าน ใน Home Assistant สามารถใช้ Scrypt Engine ผนวกกับข้อมูล GPS เพื่อสร้าง Automation ที่ชาญฉลาดกว่าเดิม
การจัดการพลังงานอัจฉริยะด้วยโซลาร์
การผสานระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับสมาร์ทโฮมกลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2024 ระบบจะตรวจสอบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรียลไทม์และปรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าให้สอดคล้องกัน เช่น สั่งให้เครื่องซักผ้าหรือเครื่องปรับอากาศทำงานในช่วงเวลาที่โซลาร์ผลิตพลังงานได้สูงสุด Energy Dashboard ใน Home Assistant แสดงข้อมูลการใช้พลังงานและการผลิตไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าไฟได้ 30–50%
กล้องรักษาความปลอดภัย AI
กล้อง IP Camera รุ่นใหม่ในปี 2024 มาพร้อมกับ AI ที่สามารถแยกแยะระหว่างคน สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะได้แม่นยำ ลดการแจ้งเตือนเท็จลงอย่างมีนัยสำคัญ Frigate NVR ที่รันบน Home Assistant รองรับการประมวลผลด้วย Google Coral TPU ทำให้ตรวจจับวัตถุได้แบบ Real-time โดยไม่ต้องส่งข้อมูลออกสู่ Cloud ข้อมูลวิดีโอทั้งหมดจัดเก็บในเครือข่ายภายในบ้าน ปลอดภัยจากการรั่วไหล
IoT เพื่อสุขภาพและ B2B
เซ็นเซอร์ IoT ด้านสุขภาพในปี 2024 ก้าวหน้าขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น Smart Watch ที่วัด SpO2 และอัตราการเต้นหัวใจ เซ็นเซอร์ PM2.5 ที่สั่งการเครื่องฟอกอากาศโดยอัตโนมัติ หรือระบบตรวจจับการล้มสำหรับผู้สูงอายุ ในฝั่ง B2B องค์กรต่าง ๆ นำ IoT มาใช้ในการติดตามสินค้าคงคลัง ควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็น และบริหารพลังงานในอาคารสำนักงาน ลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ