ทำไมอากาศภายในบ้านจึงเป็นภัยเงียบ
ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้มาแค่จากภายนอก อากาศในบ้านยังมีไรฝุ่นในที่นอน เชื้อราในห้องน้ำและห้องครัว สารเคมี VOC จากเฟอร์นิเจอร์และสีทาบ้านใหม่ กลิ่นและควันจากการทำอาหาร รวมถึงสะเก็ดผิวหนังจากสัตว์เลี้ยง สิ่งเหล่านี้สะสมโดยไม่มองเห็น ก่อให้เกิดอาการแพ้ โรค COPD ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง
คุณสมบัติระบบ HappySmart Air
ระบบ HappySmart Air รวมทุกสิ่งที่จำเป็นในชุดเดียว เซนเซอร์ PM2.5, CO2, VOC และความชื้นส่งค่าเรียลไทม์ทุก 60 วินาทีไปยัง HappySmart App และ Home Assistant AI วิเคราะห์ค่าและสั่งงานเครื่องฟอกอากาศและระบบระบายอากาศอัตโนมัติ ไส้กรอง HEPA H13 บวกถ่านกัมมันต์กำจัดฝุ่น VOC และกลิ่นพร้อมกัน แจ้งเตือนแบบ push notification พร้อมเคล็ดลับดูแลอากาศรายวันที่ปรับตามสภาพอากาศจริง เชื่อมต่อกับ HA, Google Home และ Alexa ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน
ประโยชน์ที่สัมผัสได้
ผู้ใช้ระบบ HappySmart Air รายงานว่าระดับ PM2.5 ในบ้านลดเหลือต่ำกว่า 15 μg/m³ แม้ในวันที่อากาศภายนอกหนาแน่น อาการแพ้และโรคหอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ฝุ่นบนเฟอร์นิเจอร์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด CO2 ต่ำทำให้ออกซิเจนเพียงพอส่งผลให้สมาธิและการนอนหลับดีขึ้น กลิ่นอาหารและสารเคมีหายเร็วขึ้น และประหยัดพลังงานเฉลี่ย 20% เทียบกับการเปิดเครื่องฟอกตลอดเวลาโดยไม่มีเซนเซอร์
ขั้นตอนติดตั้ง
การติดตั้ง HappySmart Air ทำได้ใน 4 ขั้นตอนง่ายๆ ขั้นที่ 1 วางเซนเซอร์กลางห้องหรือบริเวณทางเข้า-ออกที่ระดับ 1-1.5 เมตร ขั้นที่ 2 ดาวน์โหลด HappySmart App และสแกน QR เพื่อเชื่อมต่อ ขั้นที่ 3 ต่อเข้ากับเครื่องฟอกและ Home Assistant ผ่าน MQTT หรือ Zigbee ขั้นที่ 4 ตั้ง Automation ตามเกณฑ์ที่ต้องการ เช่น PM2.5>50 เปิดเครื่องฟอกเร็วสูง CO2>800 เปิดพัดลมระบาย ทีมงาน HappySmart พร้อมให้คำปรึกษาและติดตั้งถึงบ้านทั่วกรุงเทพฯ
เปรียบเทียบกับคู่แข่ง
ระบบ HappySmart Air แตกต่างจากเครื่องฟอกทั่วไปตรงที่ออกแบบมาเพื่อระบบนิเวศ Smart Home ไทยโดยเฉพาะ รองรับ LINE Notify ตั้งแต่ต้น เอกสารและการสนับสนุนเป็นภาษาไทย เชื่อมต่อ MQTT ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคลาวด์ต่างประเทศ และอัปเดตเฟิร์มแวร์บ่อยครั้งตามข้อเสนอแนะจากชุมชน ผู้ใช้ชาวไทยจึงได้รับประสบการณ์ที่ตรงกับการใช้งานจริงมากกว่า