ทำไมระบบไฟอัจฉริยะจึงกลายเป็น Standard ของบ้านยุคใหม่
สิบปีก่อน Smart Lighting ยังเป็นของหรูที่มีเฉพาะในบ้านราคาสูงมาก ปัจจุบันหลอดไฟอัจฉริยะที่รองรับ Wi-Fi และ Matter 1.4 มีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 300 บาทต่อหลอด ทำให้ทุกบ้านสามารถเริ่มระบบได้โดยไม่ต้องรื้อสายไฟเดิม
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ใช่เพราะกระแส แต่เพราะ Smart Lighting แก้ปัญหาจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องความสะดวก การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัย
ควบคุมแสงทุกจุดจากมือถือเครื่องเดียว
แอป Mi Home, Tuya Smart และ Apple Home ให้คุณปิดไฟทั้งบ้านด้วยแตะเดียวก่อนออกจากบ้าน หรือเปิดไฟห้องนอนจากโซฟาโดยไม่ต้องลุกขึ้น สิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยนี้สะสมเป็นความสะดวกที่รู้สึกได้ทุกวัน
ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ชื่นชอบที่สุดคือ Remote Control เมื่อออกจากบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าปิดไฟหรือเปล่า ไม่ต้องกลับบ้าน แค่เปิดแอปตรวจสอบและสั่งปิดได้ทันที แม้อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ
ระบบที่ใช้ Matter 1.4 ยังรองรับการควบคุมผ่าน Siri, Google Assistant และ Amazon Alexa พร้อมกัน ทำให้สมาชิกในบ้านที่ใช้ระบบปฏิบัติการต่างกันสามารถใช้งานได้ทุกคน
ประหยัดพลังงานอย่างได้ผลจริง
หลอดไฟ LED Smart ใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไส้แบบเดิม 80% และน้อยกว่า CFL ประมาณ 40% เมื่อรวมกับฟังก์ชัน Auto-Dim และ Motion Sensor ที่ปิดไฟเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง การประหยัดค่าไฟจึงเกิดขึ้นแบบ Passive โดยไม่ต้องพยายาม
บ้านทั่วไปในกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนไฟ 20 ดวงเป็น Smart LED พร้อมตั้ง Occupancy Automation มักรายงานว่าค่าไฟลดลง 15-25% ต่อเดือน
สำหรับบ้าน Hua Hin หรือ Khao Yai ที่เจ้าของไม่ได้อาศัยอยู่ตลอดเวลา ระบบ Schedule และ Away Mode จะปิดไฟทั้งบ้านอัตโนมัติหลังจากออกไป พร้อมเปิดไฟเป็นจุดๆ ตามตารางเพื่อสร้างความเคลื่อนไหวและป้องปรามขโมย
ปรับบรรยากาศได้ทุกอารมณ์ด้วย Scene
หนึ่งในข้อได้เปรียบที่ทำให้ Smart Lighting ต่างจากไฟธรรมดาอย่างชัดเจนคือความสามารถในการสร้าง Scene หรือฉากแสง
ห้องนั่งเล่นเดียวกันสามารถเป็นโรงหนังส่วนตัวที่มืดสลัวพร้อม Bias Lighting ด้านหลังทีวี เปลี่ยนเป็นห้องสว่างสดใสสำหรับมื้อเย็นกับครอบครัว หรือเป็นแสงอุ่นนุ่มสำหรับงานเลี้ยงก็ได้ ทั้งหมดนี้เซตไว้ล่วงหน้าและเรียกใช้ได้ภายในวินาที
ระบบ HomeKit รองรับ Adaptive Lighting ที่ปรับสีแสงตาม Time of Day โดยอัตโนมัติ ส่วน Mi Home และ Tuya ก็มี Scene Schedule ที่ตั้งเวลาเปลี่ยนโหมดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เริ่มต้นได้วันนี้ ขยายระบบได้ทีหลัง
จุดแข็งของระบบ Smart Lighting สมัยใหม่คือ Scalability สามารถเริ่มจากหลอดเดียวในห้องนอน แล้วขยายไปทั้งบ้านได้ตามงบประมาณและความพร้อม เพราะอุปกรณ์ที่รองรับ Matter 1.4 ทำงานร่วมกันข้ามแบรนด์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่
HappySmart มีแพ็กเกจ Smart Lighting เริ่มต้นที่ ฿1,599 สำหรับห้องนอนหนึ่งห้อง พร้อมติดตั้งและตั้งค่า Scene ให้ครบ