มุมมองการใช้งานจริงที่แบบ 2D ไม่สามารถให้ได้
แบบแปลน 2D บอกขนาดและตำแหน่งของห้อง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า ’รู้สึกอย่างไร’ เมื่อยืนอยู่ในพื้นที่นั้นจริง ความสูงของเพดาน ระยะห่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์ มุมมองจากโซฟาไปยังโทรทัศน์ หรือแสงที่ส่องเข้าครัวในตอนเช้า ล้วนเป็นสิ่งที่ 3D Model บอกได้แต่แบบ 2D ทำไม่ได้
Eye-Level View: มองโลกจากความสูงผู้ใช้งาน
’Eye-Level View’ ใน 3D Model ให้มุมมองเดียวกับที่คนจะเห็นเมื่อยืนหรือนั่งอยู่ในพื้นที่จริง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากมุมมองจากบนลงล่างในแบบ 2D ตัวอย่างที่มีประโยชน์มาก เช่น ตรวจสอบว่าเมื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวจะเห็นห้องครัวหรือสวนนอกบ้าน ดูว่าโต๊ะทำงานที่วางอยู่ริมหน้าต่างจะมีแสงสว่างเพียงพอหรือเปล่า หรือตรวจสอบว่าโทรทัศน์วางในตำแหน่งที่เหมาะสมกับมุมมองจากโซฟาหรือไม่
Ergonomics Testing ในพื้นที่ใช้งานจริง
’Ergonomics’ หรือการยศาสตร์คือการออกแบบที่เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ ใน 3D Model สามารถทดสอบ Ergonomics ได้ เช่น ความสูงของเคาน์เตอร์ครัวที่เหมาะกับผู้ใช้งาน ไม่สูงหรือต่ำจนต้องก้มหรือเหยียดตัวนาน ตำแหน่งและความสูงของปลั๊กไฟและสวิตช์ที่เข้าถึงได้สะดวก โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุหรือเด็ก ระยะห่างระหว่างเก้าอี้และโต๊ะที่เหมาะสม รวมถึงทางเดินระหว่างเฟอร์นิเจอร์ที่กว้างพอสำหรับการสัญจรสะดวก
การเชื่อมต่อและ Flow ระหว่างพื้นที่ภายใน
การตรวจสอบการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในใน 3D Model ช่วยให้มั่นใจว่า ’Flow’ ของบ้านเป็นธรรมชาติ เช่น จากห้องครัวมาห้องนั่งเล่นสะดวกหรือไม่ การขนของจากรถเข้าห้องครัวผ่านเส้นทางสั้นที่สุดหรือเปล่า และห้องน้ำอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้จากทุกพื้นที่สำคัญในบ้าน การออกแบบ Flow ที่ดีช่วยลดความเหนื่อยล้าในการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านจะรู้สึกขอบคุณทุกวันตลอดอายุการอยู่อาศัย
ระบบ Smart Home กับ 3D Interior Design
ใน 3D Interior Design ยังสามารถทดสอบตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเซนเซอร์ ลำโพงอัจฉริยะ และกล้อง IP เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์และไม่รกตา HappySmart รวมบริการ AI Interior 3D กับการวางแผนระบบ Smart Home ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ปรึกษาฟรีผ่าน LINE OA