สถาปนิกหลายคนเริ่มออกแบบบ้านโดยยึดโยงกับแนวคิดที่ต้องการก่อน แล้วค่อยปรับให้เข้ากับข้อจำกัดของพื้นที่ทีหลัง วิธีนี้มักนำไปสู่การแก้แบบหลายรอบและบางครั้งต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดหลักทั้งหมด BIM Site Constraint Analysis กลับแนวทางนี้โดยทำความเข้าใจข้อจำกัดก่อนแล้วจึงออกแบบ
5 ประเภทข้อจำกัดที่ BIM ช่วยวิเคราะห์
ข้อจำกัดที่ 1: Irregular Lot Analysis — แปลงที่ดินทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบนั้นหายาก BIM สร้างโมเดลแปลงดินตามพิกัดจริงจาก Surveying Data แล้วแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงหลังหักระยะร่น (Setback) มีขนาดเท่าไหร่ กฎหมายไทยกำหนดระยะร่นจากเขตแปลงโดยทั่วไป 1–3 เมตร ขึ้นอยู่กับประเภทอาคาร ข้อจำกัดที่ 2: Floor Area Ratio Simulation — FAR (Floor Area Ratio) กำหนดพื้นที่รวมที่ก่อสร้างได้ BIM คำนวณ FAR ของแต่ละ Design Option โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ออกแบบได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกินกฎหมาย ข้อจำกัดที่ 3: Neighboring Building Impact Assessment — อาคารข้างเคียงส่งผลต่อแสงธรรมชาติและการระบายอากาศของบ้านที่กำลังออกแบบ BIM นำเข้าข้อมูลอาคารโดยรอบเพื่อจำลองว่าเงาของอาคารข้างเคียงปกคลุมพื้นที่ใดบ้างในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน และช่องระบายอากาศจะถูกกีดขวางหรือไม่ ข้อจำกัดที่ 4: Bangkok Flood Risk Micro-Analysis — กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ BIM ร่วมกับข้อมูล Micro-Topography และระดับความสูงจากน้ำทะเล (DEM) ช่วยกำหนดระดับพื้นชั้นล่างที่ปลอดภัย ทิศทางการระบายน้ำฝน และการออกแบบ Landscaping เพื่อลดความเสี่ยง ข้อจำกัดที่ 5: Soil Bearing Capacity Constraints — BIM ร่วมกับข้อมูล Geotechnical Survey แสดงให้เห็นว่าดินในพื้นที่รองรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ ในกรุงเทพฯ Bangkok Clay Layer ความลึก 15–20 เมตรมีกำลังรับน้ำหนักต่ำ ต้องการฐานรากแบบเสาเข็มที่ออกแบบอย่างแม่นยำ
Optimal Column Grid Analysis
การหาตำแหน่งเสาที่เหมาะสมคือการสมดุลระหว่างช่วงพาดโครงสร้าง (Span) และการใช้งานพื้นที่ภายใน BIM ทดสอบหลาย Column Grid Option เพื่อหาแบบที่ให้ Space Planning ยืดหยุ่นที่สุดในขณะที่มีประสิทธิภาพโครงสร้างสูงสุด ช่วงพาดที่เหมาะสมสำหรับโครงสร้าง RC ทั่วไปคือ 4–8 เมตร