ทำไม Model 3D ถึงเปลี่ยนวงการออกแบบบ้าน
การออกแบบบ้านในยุคก่อนพึ่งพาแบบแปลน 2D ที่ต้องใช้จินตนาการอย่างมากในการแปลความหมาย เส้นและตัวเลขบนกระดาษไม่สามารถบอกได้ว่าบ้านจะดูอย่างไรจริง ๆ เมื่อสร้างเสร็จ นั่นคือเหตุผลที่ Model 3D กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบบ้านยุคใหม่
ความสามารถหลักของ Model 3D ในการออกแบบบ้าน
’การมองเห็น 360 องศา’ ทำให้เจ้าของบ้านสามารถ ’เดินชม’ บ้านเสมือนจริงก่อนที่จะวางอิฐวางปูนสักก้อน สามารถดูทุกมุมมอง ทั้งภายนอกและภายในได้อย่างอิสระ ’การจำลองแสงและเงา’ ช่วยให้เห็นว่าแสงธรรมชาติจะตกกระทบห้องอย่างไรในแต่ละช่วงเวลาของวัน ซึ่งส่งผลต่อการวางผังห้อง การเลือกสีผนัง และการประหยัดพลังงานในระยะยาว ’พื้นผิวสมจริง’ (Realistic Texturing) ทำให้เห็นว่าวัสดุแต่ละชนิด เช่น ไม้ หิน กระเบื้อง หรือคอนกรีต จะดูอย่างไรเมื่อนำมาใช้จริงในพื้นที่ต่าง ๆ ของบ้าน ’การจัดวางเฟอร์นิเจอร์’ ใน Model 3D ช่วยทดสอบว่าโซฟาตัวใหญ่จะพอดีกับห้องนั่งเล่นหรือไม่ หรือตู้เสื้อผ้าจะบังทางเดินหรือเปล่า ก่อนที่จะซื้อหรือสั่งทำ
ความแตกต่างระหว่างแบบ 2D และ 3D
แบบ 2D ให้ข้อมูลเชิงมิติและโครงสร้าง แต่ขาดความลึกและบริบทภาพ ทำให้การสื่อสารระหว่างสถาปนิก นักออกแบบ และเจ้าของบ้านเกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย แบบ 3D แก้ปัญหานี้ด้วยการแสดงผลที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน ลดโอกาสที่จะต้องแก้ไขระหว่างก่อสร้าง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการแก้ในขั้นออกแบบมาก
การผสาน VR และ AR เข้ากับ Model 3D
เทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวหน้าขึ้นคือการนำ Model 3D มาใช้ผ่าน VR (Virtual Reality) ที่ทำให้เจ้าของบ้านสวมแว่น VR แล้ว ’เดินเข้าไป’ ในบ้านที่ยังไม่ได้สร้าง ความสูงของเพดาน ขนาดของประตู ระยะห่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์ ล้วนรู้สึกได้จริง ส่วน AR (Augmented Reality) ช่วยให้ทดสอบเฟอร์นิเจอร์หรือสีผนังในพื้นที่จริงของบ้านผ่านสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องซื้อหรือทาสีจริง ๆ HappySmart มีบริการออกแบบ AI Architect ด้วย BIM 3D แบบ Unlimited Revisions เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท ปรึกษาผ่าน LINE OA ได้เลย